มรสุมของชีวิตคู่
สำหรับผู้หญิงแล้ว ความรักที่หวานชื่นของเธอ ในช่วงเวลาแห่งความรักโรแมนติก เป็นช่วงที่ดึงผู้หญิงกับผู้ชาย เข้ามาใกล้ชิดกัน ซึ่งมันเป็นระยะเวลาที่ต่างฝ่ายต่างแสวงหาข้อดีของกันและกัน เป็นช่วงที่หากสูญเสียคนใดคนหนึ่งไป ก็เท่ากับชีวิตของคนที่ยังอยู่ แทบจะไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร นอกจากนี้ ยังเป็นระยะที่มีแต่ความเพ้อฝันอีกต่างหาก ต่างฝ่ายต่างเห็นว่า อีกฝ่ายหนึ่งนั้น มีเสน่ห์ อ่อนโยน ฉลาด และ มีความสามารถมาก สิ่งเหล่านี้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปีแรกของชีวิตคู่ ทำให้คู่สมรสยังคงผ่านความลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของชีวิตจริงไปได้อย่างราบรื่น
ความรักที่หวานชื่น จะอยู่กับเราไม่นาน แล้วก็จะเลือนหายไป หลายคนบอกว่า ไม่จริงหรอก ความรักที่หวานชื่นนี้อยู่ได้นานเพียง ๓ เดือนเท่านั้น หลังจาก ๓ เดือนไปแล้ว ความหวานชื่นแห่งรัก จะคงเหลืออยู่เพียงครึ่งหนึ่งของรักเริ่มแรก และ จะน้อยลงไปอีกครึ่งหนึ่งในช่วง ๓ เดือนถัดไป แต่บางคนว่า ช่วงเวลาแห่งความหวานชื่น จะถึงจุดสุดยอดภายใน ๓ ปี แล้วค่อย ๆ จางลง ๆ จนหมดรสชาติไป ถ้าไม่ปรับปรุงให้ชีวิตคู่เป็น "เรา" เสียก่อน
ดร. จอยซ์ บราเดอร์ส กล่าวตอนหนึ่งว่า "คนที่แต่งงานกันแล้ว มีความสุข จะมีชีวิตที่มีความหมายมากกว่าคนอื่น ๆ เนื่องจากรอบตัวของเขา เต็มไปด้วยความสุขที่ล้นเหลือ สุขภาพก็จะดีกว่า อายุก็ยืนยาวกว่าด้วย ฐานะความเป็นอยู่ ก็จะดีกว่าคนอื่น และ ที่มากกว่านั้น ก็คือ ครอบครัวที่เป็นสุข จะเป็นแม่แบบให้กับลูก ๆ ลูกของคุณก็จะสุขยิ่งกว่า ลูกจะสมหวังในชีวิตคู่ ลูกจะมีเงินมากกว่า อายุก็ยืนกว่าคนที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีความสุข แต่คุณจะเห็นผลที่กล่าวมา ก็ต่อเมื่อคุณยังอยู่กับสามีคุณเท่านั้น..... อยู่อย่างมีความสุขด้วย"
คงจะเห็นแล้วว่า ชีวิตคู่ในระยะข้าวใหม่ปลามัน มันโรแมนติกหวานชื่น เหมือนโรยด้วยดอกกุหลาบ ยิ่งนานวัน มันก็เหี่ยวเฉาได้ ถ้าไม่ยอมทำอะไรเสียบ้าง จะมัวฝันหวานไม่ได้ มิฉะนั้นปัญหาสามีนอกใจมีแน่ ขนาดเราเองยังเซ็ง แล้วเขาจะไม่เบื่อหน่ายอย่างไรได้ แต่ถ้าเชื่อฟังคำของ ดร. จอยซ์ บราเดอร์ส พยายามปรับปรุงชีวิตคุ่ให้มีชีวิตชีวา มรสุมชีวิตคู่ก็เกิดขึ้นไม่ได้ แล้วก็จะมีความสุขอย่างว่า ซ้ำยังเป็นแม่แบบให้แก่ลูกด้วยซ้ำ..... ถ้าคุณรักลูกของคุณ
มรสุมชีวิตนั้น คงต้องถามตัวเองอย่างกล้าหาญว่า ชีวิตคู่ข้าวใหม่ปลามัน สุขหวานชื่นอย่างน่าอิจฉานั้น มันค่อย ๆ เลอะเลือนจางลงไป ๆ ได้อย่างไรกัน เรารู้ตัวหรือไม่ ? หรือ เราปล่อยมันจนสัญญาณอันตรายเกิดขึ้นอย่างชัดเจน อย่างนี้จะโทษใคร คงโทษใครไม่ได้ เพราะ ชีวิตคู่ มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ยิ่งโทษสุดที่รักของคุณ คุณก็คงตอบได้เลยว่า ลงท้ายคือ การหย่าเท่านั้น แล้วลูกจะเป็นเช่นไร จะเป็นอย่างดร. จอยซ์ บราเดอร์สไม่ได้แน่นอน แล้วทำไม ? คู่อื่นเขาเป็นเช่น ดร. จอยซ์ คู่ของเราล่ะ ... คุณยังโกรธอยู่ไหม โกรธใครอยู่... สุดที่รักของคุณ หรือ ผู้หญิงคนนั้น ที่มาแย่งความรักจากคุณไป คุณล่ะ มีส่วนผลักดันสุดที่รักของคุณให้โผเข้าไปในวงแขนของผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า ?
ถ้ามีคำตอบแล้ว คุณอยากจะเลิก... ลูกของคุณก็จะไม่มีพ่อ แต่ถ้าคุณสงสารลูกของคุณ เพื่อให้อยู่พร้อมพ่อแม่ลูกล่ะก็ คุณคงจะเฉยไม่ได้อีกแล้ว คุณต้องหาวัคซีนมาฉีดเพื่อป้องกันมิให้สามีนอกใจ ถ้าเขานอกใจไปบ้างแล้ว คุณคงต้องกลุ้มใจอย่างแน่นอน คุณคงโกรธ แต่ถ้าคุณสงสารลูกของคุณ คงต้องทำได้... ให้สุดที่รักของคุณเป็นฝ่ายคุณและลูก.... ครอบครัวของเรา ....